Nikon ข้อมูล

คนรักกล้อง ชอบถ่ายถาพ มักจะคุ้นหูกับกล้องยี้ห้อ Nikon หลายๆคนที่ใช้งานกล้อง เลือกซื้อ Nikon มาใช้ หรือแม้แต่คนที่เพิ่งได้จับใช้งานกล้อง ก็ไม่ลังเลที่จะซื้อ Nikon และชอบในความสามารถและคุณสมบัติที่ได้รับทันที ที่ได้เป็นเจ้าของ แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ความเป็นมา ว่ากว่าจะมาโดดเด่น และเป็นที่รู้จัก ได้มีประวัติอันน่าสนใจ มาแบ่งปันให้เราได้ศึกษา เป็นแนวทางให้รู้จักสินค้าตัวนี้ได้มากยิ่งขึ้น


"Nikon" ชื่อที่พวกเรารู้จักกันดีนั้น มีชื่อบริษัทแบบเต็มๆ ว่า Nikon Corporation (Kabushiki Kaisha Nikon) จุดเริ่มต้นคือเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1917 (พ.ศ. 2460) ได้มีการรวมตัวของบริษัทเล็กๆ 3 บริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับเลนส์ เกี่ยวกับสายตาและการมองเห็น ได้จัดตั้งบริษัทขึ้นมาในนาม บริษัท นิปปง โคงะกุ โคเงียว (Nippon Kogaku Kogyo Kabushikigaisha)ในชื่อภาษาอังกฤษว่า Japan Optical Co. โดยมีคนงานเพียง 200 คน และช่างเทคนิคจากเยอรมันอีก 8 คน ในช่วงแรกนั้นทางบริษัทไม่ได้ทำการผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพ แต่มันคือกล้องจุลทรรศน์ กล้องโทรทัศน์ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจและใช้ในการวัดระยะสำหรับทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม สินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บริษัทมากมาย และตัวเลนส์เป็นสินค้าอีกชิ้นหนึ่งที่ทำชื่อเสียงให้ทางบริษัทและได้ผลิตออกมาหลาย รุ่นหลายระยะตั้งแต่เลนส์ 50 mm. ถึง 700 mm.



ต่อมาชื่อเลนส์ "Nikkor" ก็ได้ถูกใช้เป็นตราสินค้าของเลนส์ที่บริษัทผลิตขึ้น จากต้นตระกูลเดิมของเลนส์จากบริษัทนี้ที่มีชื่อว่า Nikko จากการตัดทอนตัวอักษรชื่อเต็มของบริษัทภาษาอังกฤษ (Nippon Kogaku Kogyo ) ซึ่งคำว่า Nikko ในภาษาญี่ปุ่นนั้นจะแปลว่า "แสงอาทิตย์"


ปี ค.ศ. 1920 มีการออกแบบเลนส์ตัวแรกเพื่อเตรียมทำตลาด และสำเร็จออกมาเป็นเลนส์ Anytar 120mm f/4.5 และในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้นบริษัทก็ได้ขยายงานการผลิตไปสู่ อุปกรณ์เพื่อการทหารหลายชนิด รวมทั้งกล้องสำหรับการถ่ายภาพทางอากาศด้วย


จากนั้น Nikon ก็มีการผลิตคิดค้นและพัฒนาเลนส์ออกมาเรื่อยๆจนกระทั่งได้ถูกรับเลือกให้เป็นผู้ผลิตเลนส์ให้กับกล้อง Leica และแม้แต่รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ยังเลือกให้ Nikon เป็นผู้ผลิตยุทโธปกรณ์เพื่อใช้ในการสงคราม เช่น เลนส์ติดลำกล้องปืน กล้องเรือดำน้ำ กล้องส่องทางไกล ที่เล็งระเบิด เป็นต้น และเพราะในช่วงสงครามนั้น ญี่ปุ่นมีความต้องการใช้ยุทโปกรณ์เป็นจำนวนมากจึงทำการทุ่มงบประมาณมาสนับสนุนบริษัทมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีการเพิ่มโรงงานอีกรวมเป็น 19 โรงงาน จ้างคนงานเพิ่มขึ้นเป็น 23,000 คน


ภายหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลง รัฐบาลเองก็หยุดให้การสนับสนุนบริษัทจึงจำเป็นต้องปิดโรงงานไปให้เหลือเพียง 1 โรงงาน และปลดพนักงานทั้งหลายให้เหลือเพียง 1,400 คนเท่านั้น และบริษัทก็หันกลับมาผลิตกล้องจุลทรรศน์ตามเดิม โดยได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะผลิตกล้องส่วนบุคคลสำหรับการใช้งานทั่วไปด้วย บริษัทมุ่งทำ Rangefinder ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Contax และ Leica ซึ่งในที่สุดก็ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างมากมาย ส่งผลให้มีกล้อง Rangefinder อีกหลายรุ่นตามลงสู่ตลาด และก็ไม่เพียงแค่กล้องเท่านั้น บริษัทยังได้ผลิตเลนส์ที่สามารถนำไปใช้งานกับกล้อง Leica ได้ด้วย ซึ่งก็ได้รับคำชมจากช่างภาพมืออาชีพและช่างภาพข่าวเป็นอย่างมากด้วยเหตุที่ มันมีประสิทธิภาพสูงมากเมื่อใช้กับฟิล์มขนาด 35 มม.


ในปี ค.ศ. 1959 ก็เป็นช่วงแห่งประวัติศาสตร์ของ Nippon Kogaku อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Nikon F กล้องแบบ SLR 35mm ในระบบกลไกที่แข็งแรงทนทานต่อทุกสภาวะ และต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่ากล้องอื่นๆ ในสมัยนั้น ซึ่งการันตีด้วยช่างภาพที่เป็นพันธมิตรกับ Nikon ผู้ปฏิบัติการถ่ายภาพอยู่ในพื้นที่สุดโต่งของโลกอย่างเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ หรือในทะเลทรายซาฮาร่า ซึ่งก็ทำให้กล้องรุ่นนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังอยู่ไม่ใช่น้อย


ในปี ค.ศ. 1988 บริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Nikon อย่างเป็นทางการ ถึงปัจจุบันนี้ก็แทบจะมีกล้องเฉียดสองร้อยรุ่น และหนึ่งในกล้องอีกชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Nikon เป็นอย่างมากก็คือ กล้องตระกูล Nikonos ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มสำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำ โดยมีการผลิตออกวางจำหน่ายถึง 5 รุ่นด้วยกัน


เมื่อ กระแสของกล้องถ่ายภาพแบบดิจิตอลมาแรง Nikon จึงได้เริ่มพัฒนากล้องสำหรับการใช้งานในอวกาศโดยการร่วมมือกับ NASA ในปี ค.ศ. 1991 แต่ก่อนหน้านั้นก็ได้ร่วมมือกับ Kodak ในการพัฒนากล้องดิจิตอลโดยใช้พื้นฐานบอดี้ของกล้องฟิล์มไปบ้างแล้ว


ในปี ค.ศ. 1999 Nikon ก็เผยโฉมกล้อง DSLR ระดับมืออาชีพตัวแรกของโลกได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยรุ่น D1 พร้อมกับการถือกำเนิดของสายการผลิต "Coolpix" ซึ่งเป็นกล้องคอมแพ็คสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เมื่อโลกดิจิตอล มาแรง Nikon จึงได้ประกาศหยุดสายการผลิตกล้องและอุปกรณ์ในระบบฟิล์มอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมของปี ค.ศ. 2006 แต่ก็จะยังคงการผลิตกล้องฟิล์มระดับมืออาชีพตามแผนงานเอาไว้อีกหนึ่งรุ่นคือ Nikon F6 ที่มีแผนการเปิดตัวและวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2010 และยังจำหน่ายกล้องฟิล์มรุ่น FM10 ซึ่งผลิตโดย Cosina จนถึงปี ค.ศ. 2009 แต่จะยังคงการบริการและอะไหล่สำหรับกล้องฟิล์มเอาไว้อีก 10 ปี


ในปี ค.ศ. 2008 Nikon ก็ได้จารึกชื่อตัวเองในฐานะครั้งแรกของโลกอีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัว กล้อง DSLR รุ่น D90 ด้วยความที่มันเป็น DSLR ตัวแรกของโลกที่สามารถบันทึกภาพวีดีโอได้


ในประเทศไทย Nikon ได้ทำการตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ในประเทศไทยที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผลิตกล้องในตระกูล Coolpix ที่โรงงานแห่งนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ซึ่งจัดเป็นอีกโรงงานหนึ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็วมาก หน้าที่รับผิดชอบในขณะนั้นก็คือ การขึ้นรูปพลาสติกสำหรับผลิตตัวกล้อง, ชิ้นส่วนทางด้านออพติค, งานสี, งานพิมพ์, งานโลหะ, ผลิตเลนส์ Spherical และ Aspherical, ผลิตปริซึม, ผลิตมอเตอร์ Silent Wave และส่วนอุปกรณ์สำหรับระบบออโตโฟกัส ต่อมาในปี ค.ศ. 2009 จึงได้ขยายสายการผลิตกล้อง DSLR ขึ้นที่โรงงานในเมืองไทยสำหรับกล้องในระดับเซนเซอร์ "DX" ส่วน DSLR ที่ใช้เซนเซอร์ Full Frame นั้นยังคงทำการผลิตจากโรงงานที่ญี่ปุ่นเช่นเดิม นั้นยังคงทำการผลิตจากโรงงานที่ญี่ปุ่นเช่นเดิม


แหล่งข้อมูล: http://www.nikon.co.th


คุณทักษะ pantip

dreamcamara1839


http://www.nikon.co.th/

นิยมมากที่สุด Nikon ผลิตภัณฑ์

Nikon D3200
Digital SLR, 24 MP, 3 x
฿20,900
108 วิจารณ์
Nikon 1 J1 + 10-30/3.5-5.6 VR
Mirrorless, 10.1 MP, 3 x
฿12,100
61 วิจารณ์
Nikon 1 J1 + 10/2.8
Mirrorless, 10 MP
฿13,100
61 วิจารณ์
Nikon 1 V1 + 10-30/3.5-5.6 VR
฿13,900
58 วิจารณ์
Nikon 1 V1 + 10/2.8
฿14,900
57 วิจารณ์
Nikon D3100 + 18-55/3.5-5.6
Digital SLR, 14 MP
฿17,900
104 วิจารณ์
Nikon D3200 + 18-105/3.5-5.6 VR
Digital SLR, 24.2 MP, 5 x
฿28,900
95 วิจารณ์
Nikon D5100 + 18-55/3.5-5.6
Digital SLR, 16 MP, 3 x
฿23,600
46 วิจารณ์